เลม่ ๑๓๖ ตอนที่ ๖๙ ก
หนา้ ๔๑
ราชกิจจานุเบกษา
๒๗ พฤษภาคม ๒๕๖๒
(๑) กรณีเป็นหน่วยงานของรัฐ ให้แจ้งต่อผู้บริหารระดับสูงสุดของหน่วยงานเพื่อ ใช้อานาจ
ในทางบริหาร สั่งการไปยังหน่วยงานของรัฐหรือหน่วยงานโครงสร้างพื้นฐานสาคัญทางสารสนเทศนั้น
เพื่อให้ดาเนินการแก้ไขจนได้มาตรฐานโดยเร็ว
(๒) กรณีเป็นหน่วยงานเอกชน ให้แจ้งไปยังผู้บริหารระดับสูงสุดของหน่วยงาน ผู้ครอบครอง
คอมพิวเตอร์ และผู้ดูแลระบบคอมพิว เตอร์ของหน่วยงานโครงสร้างพื้นฐานสาคัญทางสารสนเทศนั้น
เพื่อให้ดาเนินการแก้ไขจนได้มาตรฐานโดยเร็ว
ให้เลขาธิการดาเนินการติดตามเพื่อให้เป็นไปตามความในวรรคสองด้วย
มาตรา ๕๖ หน่วยงานโครงสร้างพื้นฐานสาคัญทางสารสนเทศ ต้องกาหนดให้มีกลไกหรือ
ขั้นตอนเพื่อการเฝ้าระวังภั ยคุกคามทางไซเบอร์หรือเหตุการณ์ที่เกี่ยวกับความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์
ที่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างพื้นฐานสาคัญทางสารสนเทศของตน ตามมาตรฐานซึ่งกาหนดโดยหน่วยงานควบคุม
หรือกากับดูแล และตามประมวลแนวทางปฏิบัติ รวมถึงระบบมาตรการที่ใช้แก้ปัญหาเพื่อรักษาความมั่นคง
ปลอดภัยไซเบอร์ที่คณะกรรมการหรือ กกม. กาหนด และต้องเข้าร่วมการทดสอบสถานะความพร้อม
ในการรับมือกับภัยคุกคามทางไซเบอร์ที่สานักงานจัดขึ้น
มาตรา ๕๗ เมื่อมีเหตุภัยคุกคามทางไซเบอร์เกิดขึ้นอย่างมีนัยสาคัญต่อระบบของหน่วยงาน
โครงสร้างพื้นฐานสาคัญทางสารสนเทศ ให้หน่วยงานโครงสร้างพื้นฐานสาคัญทางสารสนเทศ รายงาน
ต่อสานักงานและหน่วยงานควบคุมหรือกากับดูแล และปฏิบัติการรับมือกับภัยคุกคามทางไซเบอร์ตามที่
กาหนดในส่วนที่ ๔ ทั้งนี้ กกม. อาจกาหนดหลักเกณฑ์และวิธีการการรายงานด้วยก็ได้
ส่วนที่ ๔
การรับมือกับภัยคุกคามทางไซเบอร์
มาตรา ๕๘ ในกรณีที่เกิด หรือคาดว่าจะเกิดภัยคุกคามทางไซเบอร์ต่อระบบสารสนเทศ
ซึ่งอยู่ในความดูแลรับผิดชอบของหน่วยงานของรัฐหรือหน่วยงานโครงสร้างพื้นฐานสาคัญทางสารสนเทศใด
ให้หน่วยงานนั้นดาเนินการตรวจสอบข้อมูลที่เกี่ยวข้อง ข้อมูลคอมพิวเตอร์ และระบบคอมพิวเตอร์ของ
หน่วยงานนั้น รวมถึงพฤติการณ์แวดล้อมของตน เพื่อประเมินว่ามีภัยคุกคามทางไซเบอร์เกิดขึ้นหรือไม่
หากผลการตรวจสอบปรากฏว่าเกิดหรือคาดว่าจะเกิดภัยคุกคามทางไซเบอร์ขึ้น ให้ดาเนินการป้องกัน
รับมือ และลดความเสี่ยงจากภัยคุกคามทางไซเบอร์ตามประมวลแนวทางปฏิบัติและกรอบมาตรฐาน
ด้านการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ของหน่วยงานนั้น และแจ้งไปยังสานักงานและหน่วยงาน
ควบคุมหรือกากับดูแลของตนโดยเร็ว