๘
ในกรณีที่ความผิดได้กระทาถึงขั้นลงมือกระทาความผิด แต่เนื่องจากการเข้าขัดขวางของผู้สมคบทาให้
การกระทานั้นกระทาไปไม่ตลอด หรือกระทาไปตลอดแล้วแต่การกระทานั้น
ไม่บรรลุผล ผู้สมคบที่กระทาการขัดขวางนั้นต้องรับโทษตามที่กาหนดไว้ในวรรคหนึ่ง
ถ้าผู้กระทาความผิดตามวรรคหนึ่งกลับใจให้ความจริงแห่งการสมคบต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ก่อนที่จะมี
การ��ระทาความผิดตามที่ได้มีการสมคบกัน ศาลจะไม่ลงโทษหรือลงโทษผู้นั้น
น้อยกว่าที่กฎหมายกาหนดไว้สาหรับความผิดนั้นเพียงใดก็ได้
มาตรา ๒๒ ผู้ให้บริการตามกฎหมายว่าด้วยการกระทาความผิดเกีย่ วกับคอมพิวเตอร์ผู้ใดรู้ว่ามีสิ่งยั่วยุ
พฤติกรรมอันตรายในระบบคอมพิวเตอร์ทอี่ ยู่ในความควบคุมของตน และมิได้จดั การถอนหรือกาจัดสิ่งยั่วยุพฤติกรรม
อันตรายออกจากระบบคอมพิวเตอร์นั้นในทันที ต้องระวางโทษจาคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินห้าแสนบาท หรือทั้งจาทั้ง
ปรับ
มาตรา ๒๓ นิติบคุ คลใดกระทาความผิดตามมาตรา ๑๘ หรือมาตรา ๑๙
ต้องระวางโทษปรับตั้งแต่สองแสนบาทถึงหนึ่งล้านบาท
ถ้าการกระทาความผิดของนิติบุคคลตามวรรคหนึ่งนั้นเกิดจากความรู้เห็นยินยอม
การสั่งการหรือไม่สั่งการ การกระทาหรือไม่กระทาการอันเป็นหน้าที่ที่ต้องกระทาของกรรมการผู้จดั การ หรือบุคคลใดซึ่ง
รับผิดชอบในการดาเนินงานของนิติบุคคลนั้น บุคคลดังกล่าวต้องรับโทษ
ตามที่บัญญัตไิ ว้สาหรับความผิดนัน้ ๆ ด้วย
มาตรา ๒๔ ผู้ใดกระทาความผิดตามมาตรา ๑๘ หรือมาตรา ๑๙ แม้จะกระทา
นอกราชอาณาจักร ผู้นั้นต้องรับโทษในราชอาณาจักร ถ้าปรากฏว่า
(๑) ผู้กระทาความผิดหรือผู้ร่วมกระทาความผิดคนใดคนหนึ่งเป็นคนไทย
หรือมีถิ่นที่อยู่ในประเทศไทย
(๒) ผู้กระทาความผิดเป็นคนต่างด้าว และได้กระทาโดยประสงค์ให้ความผิดเกิดขึ้น
ในราชอาณาจักร หรือเป็นความผิดที่รัฐบาลไทยหรือคนไทยเป็นผู้เสียหาย หรือ
(๓) ผู้กระทาความผิดเป็นคนต่างด้าว และการกระทานั้นเป็นความผิดตามกฎหมายของรัฐที่การกระทา
เกิดขึ้นในเขตอานาจของรัฐนั้น หากผู้กระทาความผิดนั้นมาปรากฏตัว
อยู่ในราชอาณาจักรและมิได้มีการส่งตัวผู้นั้นออกไปตามกฎหมายว่าด้วยการส่งผู้ร้���ยข้ามแดน
ให้นามาตรา ๑๐ แห่งประมวลกฎหมายอาญา มาใช้บังคับโดยอนุโลม
มาตรา ๒๕ ถ้าการกระทาความผิดตามมาตรา ๑๘ หรือมาตรา ๑๙ ได้กระทา
ในโรงแรม โรงภาพยนตร์ หรือสถานบริการตามกฎหมายว่าด้วยการนั้น และปรากฏหลักฐานว่า
ผู้ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการดังกล่าวรู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทาความผิดนั้น ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ตามกฎหมายนั้น
ๆ มีอานาจพิจารณาเพิกถอนหรือพักใช้ใบอนุญาต หรือมีคาสั่งอื่นใด
ตามกฎหมายดังกล่าวได้ แล้วแต่กรณี
ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ตามพระราชบัญญัตินี้ แจ้งพนักงานเจ้าหน้าทีผ่ มู้ ีอานาจหน้าที่ตามกฎหมายนั้น ๆ
เป็นผู้ดาเนินการเพิกถอนหรือพักใช้ใบอนุญาต หรือมีคาสั่งอื่นใดตามกฎหมายดังกล่าว