เลม่ ๑๓๖ ตอนที่ ๖๙ ก
หนา้ ๔๖
ราชกิจจานุเบกษา
๒๗ พฤษภาคม ๒๕๖๒
มาตรา ๖๖ ในการป้องกัน รับมือ และลดความเสี่ยงจากภัยคุกคามทางไซเบอร์ในระดับ
ร้ายแรง กกม. มีอานาจปฏิบัติการหรือสั่งให้พนักงานเจ้าหน้าที่ปฏิบัตกิ ารเฉพาะเท่าที่จาเป็นเพื่อป้องกัน
ภัยคุกคามทางไซเบอร์ในเรื่อง ดังต่อไปนี้
(๑) เข้าตรวจสอบสถานที่ โดยมีหนังสือแจ้งถึงเหตุอันสมควรไปยังเจ้าของหรือผู้ครอบครอง
สถานที่เพื่อเข้าตรวจสอบสถานที่นั้น หากมีเหตุอันควรเชื่อได้ว่ามีคอมพิวเตอร์หรือระบบคอมพิวเตอร์
ที่เกี่ยวข้องกับภัยคุกคามทางไซเบอร์ หรือได้รับผลกระทบจากภัยคุกคามทางไซเบอร์
(๒) เข้าถึงข้อมูลคอมพิวเตอร์ ระบบคอมพิวเตอร์ หรือข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับระบบคอมพิวเตอร์
ทาสาเนา หรือสกัดคัดกรองข้อมูลสารสนเทศหรือโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ซึ่งมีเหตุอันควรเชื่อได้ว่าเกี่ยวข้อง
หรือได้รับผลกระทบจากภัยคุกคามทางไซเบอร์
(๓) ทดสอบการทางานของคอมพิวเตอร์หรือระบบคอมพิวเตอร์ที่มีเหตุอันควรเชื่อได้ว่าเกี่ยวข้อง
หรือได้รับผลกระทบจากภัยคุกคามทางไซเบอร์ หรือถูกใช้เพื่อค้นหาข้อมูลใด ๆ ที่อยู่ภายในหรือใช้ประโยชน์
จากคอมพิวเตอร์หรือระบบคอมพิวเตอร์นั้น
(๔) ยึดหรืออายัดคอมพิวเตอร์ ระบบคอมพิวเตอร์ หรืออุปกรณ์ใด ๆ เฉพาะเท่าที่จาเป็น
ซึ่งมีเหตุอันควรเชื่อได้ว่าเกี่ยวข้องกับภัยคุกคามทางไซเบอร์ เพื่อการตรวจสอบหรือวิเคราะห์ ทั้งนี้ ไม่เกิน
สามสิบวัน เมื่อครบกาหนดเวลาดังกล่าวให้ส่งคืนคอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์ใด ๆ แก่เจ้าของกรรมสิทธิ์
หรือผู้ครอบครองโดยทันทีหลังจากเสร็จสิ้นการตรวจสอบหรือวิเคราะห์
ในการดาเนินการตาม (๒) (๓) และ (๔) ให้ กกม. ยื่นคาร้องต่อศาลที่มีเขตอานาจเพื่อมี
คาสั่งให้พนักงานเจ้าหน้าที่ดาเนิ นการตามคาร้อง ทั้งนี้ คาร้องต้องระบุเหตุอันควรเชื่อได้ว่าบุคคลใด
บุคคลหนึ่งกาลังกระทาหรือจะกระทาการอย่างใดอย่างหนึ่งที่ก่อให้เกิดภัยคุกคามทางไซเบอร์ในระดับ
ร้ายแรง ในการพิจารณาคาร้องให้ยื่นเป็นคาร้องไต่สว���คาร้องฉุกเฉินและให้ศาลพิจารณาไต่สวนโดยเร็ว
มาตรา ๖๗ ในกรณีที่เกิดภัยคุกคามทางไซเบอร์ในระดับวิกฤติ ให้เป็นหน้าที่และอานาจ
ของสภาความมั่นคงแห่งชาติ ในการดาเนินการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ตามกฎหมายว่าด้วย
สภาความมั่นคงแห่งชาติและกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง
มาตรา ๖๘ ในกรณีที่เป็นเหตุจาเป็นเร่งด่วน และเป็นภัยคุกคามทางไซเบอร์ในระดับวิกฤติ
คณะกรรมการอาจมอบหมายให้เลขาธิการมีอานาจดาเนินการได้ทันทีเท่าที่จาเป็นเพื่อป้องกันและเยียวยา
ความเสียหายก่อนล่วงหน้าได้โดยไม่ต้องยื่นคาร้องต่อศาล แต่หลังจากการดาเนินการดังกล่าว ให้แจ้ ง
รายละเอียดการดาเนินการดังกล่าวต่อศาลที่มีเขตอานาจทราบโดยเร็ว