เลม่ ๑๓๖ ตอนที่ ๖๙ ก หนา้ ๗๑ ราชกิจจานุเบกษา ๒๗ พฤษภาคม ๒๕๖๒ (๒) เมื่อเป็นข้อมูลส่วนบุคคลที่ต้องลบหรือทาลายตามมาตรา ๓๓ (๔) แต่เจ้าของข้อมูล ส่วนบุคคลขอให้ระงับการใช้แทน (๓) เมื่อข้อมูลส่วนบุคคลหมดความจาเป็นในการเก็บรักษาไว้ตามวัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวม ข้อมูลส่วนบุคคล แต่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีความจาเป็นต้องขอให้เก็บรักษาไว้เพื่อใช้ในการก่อตั้ง สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย การปฏิบัติตามหรือการใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือการยกขึ้นต่อสู้ สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย (๔) เมื่อผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลอยู่ในระหว่างการพิสูจน์ตามมาตรา ๓๒ (๑) หรือตรวจสอบ ตามมาตรา ๓๒ (๓) เพื่อปฏิเสธการคัดค้านของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลตามมาตรา ๓๒ วรรคสาม กรณีผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลไม่ดาเนินการตามวรรคหนึ่ง เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีสิทธิ ร้องเรียนต่อคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญเพื่อสั่งให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลดาเนินการได้ คณะกรรมการอาจประกาศกาหนดหลักเกณฑ์ในการระงับการใช้ตามวรรคหนึ่งก็ได้ มาตรา ๓๕ ผู้ ค วบคุ ม ข้ อ มู ล ส่ ว นบุ ค คลต้ อ งด าเนิ น การให้ ข้ อ มู ล ส่ ว นบุ ค คลนั้ น ถู ก ต้ อ ง เป็นปัจจุบัน สมบูรณ์ และไม่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิด มาตรา ๓๖ ในกรณีที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลร้องขอให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลดาเนินการ ตามมาตรา ๓๕ หากผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลไม่ดาเนินการตามคาร้องขอ ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล ต้องบันทึกคาร้องขอของเจ้าของข้อมูลส่วนบ���คคลพร้อมด้วยเหตุผลไว้ในรายการตามมาตรา ๓๙ ให้นาความในมาตรา ๓๔ วรรคสอง มาใช้บังคับโดยอนุโลม มาตรา ๓๗ ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลมีหน้าที่ ดังต่อไปนี้ (๑) จัดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสม เพื่อป้องกันการสูญหาย เข้าถึง ใช้ เปลี่ยนแปลง แก้ไข หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยปราศจากอานาจหรือโดยมิชอบ และต้องทบทวน มาตรการดังกล่าวเมื่อมีความจาเป็นหรือเมื่อเทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงไปเพื่อให้มีประสิทธิภาพในการรักษา ความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสม ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามมาตรฐานขั้นต่าที่คณะกรรมการประกาศกาหนด (๒) ในกรณีที่ต้องให้ข้อมูลส่วนบุคคลแก่บุคคลหรือนิติบุคคลอื่นที่ไม่ใช่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล ต้องดาเนินการเพื่อป้องกันมิให้ผู้นั้นใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยปราศจากอานาจหรือโดยมิชอบ (๓) จัดให้มีระบบการตรวจสอบเพื่อดาเนินการลบหรือทาลายข้อมูลส่วนบุคคลเมื่อพ้นกาหนด ระยะเวลาการเก็บรักษา หรือที่ไม่เกี่ยวข้องหรือเกินความจาเป็นตามวัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวม ข้ อมู ลส่ ว นบุ ค คลนั้ น หรื อ ตามที่ เ จ้ า ของข้ อ มู ล ส่ ว นบุ ค คลร้ อ งขอ หรื อ ที่ เ จ้ า ของข้ อ มู ล ส่ ว นบุ ค คล ได้ถอนความยินยอม เว้นแต่เก็บรักษาไว้เพื่อวัตถุ ประสงค์ในการใช้เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น

Select target paragraph3