เลม่ ๑๓๖ ตอนที่ ๖๙ ก
หนา้ ๗๖
ราชกิจจานุเบกษา
๒๗ พฤษภาคม ๒๕๖๒
ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลหรือผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลจะให้เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูล
ส่วนบุคคลออกจากงานหรือเลิกสัญญาการจ้างด้วยเหตุที่เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลปฏิบัติหน้าที่
ตามพระราชบัญญัตินี้ ไ ม่ไ ด้ ทั้งนี้ ในกรณีที่มีปัญหาในการปฏิบัติหน้าที่ เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูล
ส่วนบุคคลต้องสามารถรายงานไปยังผู้บริหารสูงสุดของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลหรือผู้ประมวลผลข้อมูล
ส่วนบุคคลโดยตรงได้
เจ้าหน้ าที่คุ้มครองข้อมูลส่ว นบุคคลอาจปฏิบัติหน้าที่หรือภารกิจอื่นได้ แต่ผู้ควบคุมข้อมูล
ส่ วนบุ คคลหรื อผู้ ประมวลผลข้ อมู ลส่ วนบุ คคลต้ องรั บรองกั บส านั กงานว่ าหน้ าที่ หรื อภารกิ จดั งกล่ าว
ต้องไม่ขัดหรือแย้งต่อการปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชบั��ญัตินี้
หมวด ๔
สานักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
มาตรา ๔๓ ให้มีสานักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลมีวัตถุประสงค์เกี่ยวกับ
การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล รวมทั้งส่งเสริมและสนับสนุนให้เกิดการพัฒนาด้านการคุ้มครองข้อมูล
ส่วนบุคคลของประเทศ
สานักงานเป็นหน่วยงานของรัฐมีฐานะเป็นนิติบุคคล และไม่เป็นส่วนราชการตามกฎหมาย
ว่าด้วยระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน หรือรัฐวิสาหกิจตามกฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณหรือ
กฎหมายอื่น
กิจการของสานักงานไม่อยู่ภายใต้บังคับแห่งกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองแรงงาน กฎหมาย
ว่าด้วยแรงงานสัมพันธ์ กฎหมายว่าด้วยแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ กฎหมายว่าด้วยการประกันสังคม
และกฎหมายว่าด้วยเงินทดแทน แต่พนักงานและลูกจ้างของสานักงานต้องได้รับประโยชน์ตอบแทน
ไม่น้อยกว่าที่กาหนดไว้ในกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองแรงงาน กฎหมายว่าด้วยการประกันสังคม และ
กฎหมายว่าด้วยเงินทดแทน
ให้สานักงานเป็นหน่วยงานของรัฐตามกฎหมายว่าด้วยความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่
มาตรา ๔๔ นอกจากหน้ า ที่ แ ละอ านาจในการด าเนิ น การให้ เ ป็ น ไปตามวั ต ถุ ป ระสงค์
ตามมาตรา ๔๓ วรรคหนึ่ง ให้สานักงานมีหน้าที่ปฏิบัติงานวิชาการและงานธุรการให้แก่คณะกรรมการ
คณะกรรมการกากับสานักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญ และ
คณะอนุกรรมการ รวมทั้งให้มีหน้าที่และอานาจ ดังต่อไปนี้