เลม่ ๑๓๖ ตอนที่ ๖๙ ก
หนา้ ๕๙
ราชกิจจานุเบกษา
๒๗ พฤษภาคม ๒๕๖๒
มาตรา ๑๖ คณะกรรมการมีหน้าที่และอานาจ ดังต่อไปนี้
(๑) จัด ทาแผนแม่บทการดาเนินงานด้านการส่งเสริม และการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
ที่สอดคล้องกับนโยบาย ยุทธศาสตร์ชาติ และแผนระดับชาติที่เกี่ยวข้อง เพื่อเสนอต่อคณะกรรมการ
ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติตามกฎหมายว่าด้วยการพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
(๒) ส่งเสริมและสนับสนุนหน่วยงานของรัฐและภาคเอกชน ดาเนินกิจกรรมตามแผนแม่บท
ตาม (๑) รวมทั้งจัดให้มีการประเมินผลการดาเนินงานตามแผนแม่บทดังกล่าว
(๓) กาหนดมาตรการหรือแนวทางการดาเนินการเกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้
เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้
(๔) ออกประกาศหรือระเบียบเพื่อให้การดาเนินการเป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้
(๕) ประกาศกาหนดหลั กเกณฑ์ ก ารให้ ความคุ้ม ครองข้อ มูล ส่ วนบุ คคลที่ ส่ งหรือ โอนไปยัง
ต่างประเทศ
(๖) ประกาศกาหนดข้อปฏิบัติในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลเป็นแนวทางให้ผู้ควบคุมข้อมูล
ส่วนบุคคลและผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลปฏิบัติ
(๗) เสนอแนะต่อคณะรัฐมนตรีให้มีการตราหรือปรับปรุงกฎหมายหรือกฎที่ใช้บังคับอยู่ใน
ส่วนที่เกี่ยวข้องกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
(๘) เสนอแนะต่อคณะรัฐมนตรีในการตราพระราชกฤษฎีกาหรือทบทวนความเหมาะสมของ
พระราชบัญญัตินี้อย่างน้อยทุกรอบห้าปี
(๙) ให้ คาแนะนาและคาปรึกษาเกี่ยวกับการดาเนินการใด ๆ เพื่อให้ความคุ้มครองข้อมูล
ส่วนบุ���คลของหน่วยงานของรัฐและภาคเอกชนในการปฏิบัติตามพระราชบัญญัตินี้
(๑๐) ตีความและวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาที่เกิดจากการบังคับใช้พระราชบัญญัตินี้
(๑๑) ส่งเสริมและสนับสนุนให้เกิดทักษะการเรียนรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูล
ส่วนบุคคลให้แก่ประชาชน
(๑๒) ส่งเสริมและสนับสนุนการวิจัย เพื่อพัฒนาเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับการคุ้มครองข้อมูล
ส่วนบุคคล
(๑๓) ปฏิบัติการอื่นใดตามที่พระราชบัญญัตินี้หรือกฎหมายอื่นกาหนดให้เป็นหน้าที่และอานาจ
ของคณะกรรมการ
มาตรา ๑๗ ให้ประธานกรรมการ รองประธานกรรมการ และกรรมการได้รับเบี้ยประชุม
และประโยชน์ตอบแทนอื่นตามหลักเกณฑ์ที่คณะรัฐมนตรีกาหนด