- ๑๘
สิ บ ห้ า วั น และให้ ร ายงานผลการพิ จ ารณาให้ ค ณะกรรมการจริย ธรรมสื่ อ มวลชนทราบภายในเจ็ ด วั น นั บ แต่
การพิจารณาแล้วเสร็จ
ในกรณีตามวรรคหนึ่ง หากคณะกรรมการจริยธรรมสื่อมวลชนเห็นว่าจริยธรรมสื่อมวลชนขององค์กร
สื่อมวลชน หรือองค์การวิชาชีพสื่อมวลชนดังกล่าวกําหนดไว้ ต่ํากว่ามาตรฐานกลาง ที่คณะกรรมการกําหนดตาม
มาตรา ๒๖ (๒) ให้คณะกรรมการจริยธรรมสื่อมวลชนแจ้งให้องค์กรสื่อมวลชน หรือองค์การวิชาชีพสื่อมวลชน
ดังกล่าวพิจารณาดําเนินการกับเรื่องร้องเรียนนั้นโดยถือตามมาตรฐานกลางที่คณะกรรมการกําหนดตามมาตรา ๒๖
(๒) เป็นเกณฑ์การพิจารณา
คู่กรณีผู้ใดไม่เห็นด้วยกับคําวินิจฉัยของขององค์กรสื่อมวลชน หรือองค์การวิชาชีพสื่อมวลชน แล้วแต่
กรณี มีสิทธิอุทธรณ์คําวินิจฉัยเป็นหนังสือต่อคณะกรรมการจริยธรรมสื่อมวลชนได้ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้
ทราบถึงคําวินิจฉัยนั้น โดยองค์กรสื่อมวลชน หรือองค์การวิชาชีพสื่อมวลชนต้องแจ้งสิทธิอุทธรณ์ ให้คู่กรณี ทราบ
ในคําวินิจฉัย และคณะกรรมการจริยธรรมสื่อมวลชนต้องพิจารณาอุทธรณ์ให้แล้วเสร็จภายในสามสิบวันนับแต่วันที่
ได้รับอุทธรณ์ ทั้งนี้ ไม่ตัดสิทธิคู่กรณีในการใช้สิทธิทางศาล
มาตรา ๖๔ หากองค์กรสื่อมวลชนหรือองค์การวิชาชีพสื่อมวลชนเพิกเฉยไม่ดําเนินการตามมาตรา
๖๓ ให้คณะกรรมการจริยธรรมสื่อมวลชน มีอํานาจดําเนินการสอบสวนในเรื่องนั้นต่อไปจนได้ข้อยุติ แต่จะต้องไม่
เกินสามสิบวันนับแต่กําหนดระยะเวลาตามมาตรา ๖๓ วรรคสองสิ้นสุดลงและคณะกรรมการจริยธรรมสื่อมวลชนได้
ทราบถึงพฤติการณ์เช่นว่านั้น
เมื่อคณะกรรมการจริยธรรมสื่อมวลชนพิจารณาแล้วเสร็จ ให้แจ้งผลการพิจารณาและคําวินิจฉัยให้
องค์กรสื่อมวลชนหรือองค์การวิชาชีพสื่อมวลชนนั้นทราบและปฏิบัติตาม ในกรณีเช่นนี้หากองค์กรสื่อมวลชนหรือ
องค์การวิชาชีพสื่อมวลชนเพิกเฉยหรือไม่ปฏิบัติตามคําวินิจฉัย ให้คณะกรรมการจริยธรรมสื่อมวลชน แจ้งไปยัง
คณะกรรมการเพื่อให้คณะกรรมการพิจารณาประกาศเผยแพร่ผลการพิจารณาและคําวินิจฉัยในเรื่องดังกล่าว ให้
ประชาชนทราบ
คู่กรณีผู้ใดไม่เห็นด้วยกับคําวินิจฉัยของคณะกรรมการจริยธรรมสื่อมวลชน มีสิทธิอุทธรณ์คําวินิจฉัย
เป็นหนังสือต่อคณะกรรมการได้ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้ทราบถึงคําวินิจฉัยนั้น โดยคณะกรรมการจริยธรรม
สื่อมวลชนต้องแจ้งสิทธิอุทธรณ์ให้คู่กรณีทราบในคําวินิจฉัย และคณะกรรมการต้องพิจารณาอุทธรณ์ให้แล้วเสร็จ
ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับอุทธรณ์ ทั้งนี้ ไม่ตัดสิทธิคู่กรณีในการใช้สิทธิทางศาล
มาตรา ๖๕ หากคณะกรรมการจริยธรรมสื่อมวลชนมีคําวินิจฉัยว่า มีการฝ่าฝืนจริยธรรมสื่อมวลชน
และการฝ่าฝืนนั้นก่อให้เกิดความเสียหายร้ายแรง หรือขัดต่อความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชน
ให้คณะกรรมการจริยธรรมสื่อมวลชนดําเนินการดังต่อไปนี้
(๑) กรณีผู้ประกอบวิชาชีพสื่อมวลชนเป็นผู้ฝ่าฝืนจริยธรรมสื่อมวลชน ให้เสนอเรื่องไปยังสภาวิชาชีพ
สื่อมวลชนแห่งชาติ เพื่อพิจารณาให��องค์การวิชาชีพสื่อมวลชนดําเนินการให้องค์กรสื่อมวลชนที่ผู้ฝ่าฝืนจริยธรรม
สื่อมวลชนนั้นปฏิบัติงานอยู่ เพิกถอนบัตรประจําตัวผู้ประกอบวิชาชีพสื่อมวลชนของผู้ฝ่าฝืนจริยธรรมสื่อมวลชนนั้น
หากองค์การวิชาชีพสื่อมวลชนเพิกเฉยไม่ดําเนินการโดยไม่มีเหตุอันสมควร ให้สภาวิชาชีพสื่อมวลชนแห่งชาติ
พิจารณาเพิกถอนใบรับรองสมาชิกขององค์การวิชาชีพสื่อมวลชนนั้น